ที่ดินตาบอด คือที่ดินที่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ เพราะถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบไว้ทุกด้าน เจ้าของมีสิทธิขอเปิด “ทางจำเป็น” ผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349-1350 ส่วนคำถามที่ว่าเอาไปจำนองหรือขายฝากได้ไหม คำตอบคือได้ แต่ราคาประเมินและวงเงินมักต่ำกว่าที่ดินที่มีทางเข้าออกปกติ
ที่ดินตาบอดเป็นปัญหาที่พบบ่อยทั้งกับคนที่ได้รับมรดกที่ดินแปลงในสวน แปลงหลังที่ดินคนอื่น หรือซื้อที่ดินราคาถูกโดยไม่ได้ตรวจทางเข้าออกให้ดี บทความนี้ (ปรับปรุงล่าสุดกรกฎาคม 2569) จะอธิบายว่าที่ดินตาบอดคืออะไร ขอทางจำเป็นและภาระจำยอมต่างกันอย่างไร รวมถึงเรื่องที่เจ้าของที่ดินหลายคนสงสัยว่าที่ดินตาบอดจำนองได้ไหม และจะแก้ปัญหาเพื่อเพิ่มมูลค่าหรือขายที่ดินตาบอดได้อย่างไรบ้าง
สาระสำคัญ (ฉบับเร็ว)
- ที่ดินตาบอด = ที่ดินที่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ เพราะถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบ ทำให้เข้าออกและใช้ประโยชน์ได้ยาก
- เจ้าของมีสิทธิขอเปิด “ทางจำเป็น” ผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349-1350 โดยเลือกทางที่เสียหายแก่ที่ดินที่ถูกผ่านน้อยที่สุด และอาจต้องจ่ายค่าทดแทน
- อีกทางคือตกลงจดทะเบียน “ภาระจำยอม” กับเจ้าของที่ดินข้างเคียง หรือเจรจาซื้อที่ดินทำทาง
- จำนอง/ขายฝากได้ แต่วงเงินมักต่ำกว่าที่ดินมีทางเข้าออก ธนาคารมักไม่รับหรือให้น้อย ส่วนนายทุนเอกชนยืดหยุ่นกว่า พิจารณาศักยภาพจริง
ข้อดีของเรา
- 📌 ให้วงเงินสูง ดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 0.75%/เดือน
- 📌 อนุมัติง่าย เงื่อนไขไม่ยุ่งยาก
- 📌 มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจน ใจกลางเมือง
- 📌 ทำนิติกรรมถูกต้อง ตามกฎหมาย ที่สำนักงานที่ดิน
- 📌 เป็นนายทุนโดยตรง
- 📌 มีชื่อเสียงระดับประเทศ
- 📌 มีลูกค้าใช้บริการมากกว่า 1000 ราย
- 📌 มี Call Center คอยดูแลให้ข้อมูล
📑 สารบัญ
1. ที่ดินตาบอดคืออะไร
ที่ดินตาบอด (Landlocked Land) คือที่ดินที่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ เนื่องจากถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบไว้จนไม่มีด้านใดติดถนนหรือทางสาธารณะเลย เจ้าของจึงไม่สามารถเข้าออกที่ดินของตนได้โดยตรง ต้องอาศัยเดินหรือขับรถผ่านที่ดินของคนอื่น ซึ่งหากไม่มีสิทธิตามกฎหมายหรือข้อตกลงรองรับ ก็อาจถูกเจ้าของที่ดินข้างเคียงปิดกั้นได้ตลอดเวลา
คำว่า “ทางสาธารณะ” ในที่นี้หมายถึงถนน ทางหลวง ตรอก ซอย หรือทางน้ำที่ประชาชนทั่วไปใช้สัญจรได้ ไม่ใช่ทางส่วนบุคคลของใครคนใดคนหนึ่ง ที่ดินที่ดูเหมือนมีทางเข้าออก แต่ทางนั้นเป็นที่ดินเอกชนของคนอื่น ก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงเป็นที่ดินตาบอดในทางปฏิบัติเช่นกัน สาเหตุที่ทำให้เกิดที่ดินตาบอดมีหลายกรณี เช่น
- การแบ่งแยกที่ดินมรดก — พ่อแม่แบ่งที่ดินผืนใหญ่ให้ลูกหลายคน แปลงด้านในสุดจึงไม่มีส่วนที่ติดถนน
- การขายแบ่งแปลง — เจ้าของเดิมขายที่ดินส่วนที่ติดถนนออกไปก่อน เหลือแปลงด้านในที่ถูกล้อม
- ซื้อที่ดินราคาถูกโดยไม่ตรวจทางเข้าออก — เห็นราคาถูกแต่ไม่รู้ว่าเป็นแปลงตาบอด
- ทางเดิมถูกปิด — เคยมีทางผ่านที่ดินคนอื่นแบบอาศัยความคุ้นเคย ต่อมาเจ้าของใหม่ปิดทาง
ผลกระทบของที่ดินตาบอดคือใช้ประโยชน์ได้ยาก ปลูกสร้างบ้านหรือขอเลขที่บ้านลำบาก ขายต่อได้ราคาต่ำ และมีสภาพคล่องต่ำ ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำคือตรวจสอบแนวเขตและทางเข้าออกจริงกับสำนักงานที่ดิน ก่อนจะดำเนินการขอทางหรือนำไปทำนิติกรรมใด ๆ ต่อ
2. ขอทางจำเป็นตามกฎหมายทำอย่างไร (ป.พ.พ. 1349-1350)
กฎหมายไทยคุ้มครองเจ้าของที่ดินตาบอดไว้ โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 กำหนดว่าเจ้าของที่ดินที่ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ มีสิทธิผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้ เรียกว่า “ทางจำเป็น” นั่นหมายความว่าเจ้าของที่ดินตาบอดไม่ได้ถูกทิ้งให้ไร้ทางออก แต่มีสิทธิเรียกร้องขอเปิดทางตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิขอทางจำเป็นมีเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติตาม โดยเฉพาะเรื่องการเลือกแนวทางและการจ่ายค่าทดแทน ดังนี้
เลือกทางที่เสียหายแก่ที่ดินที่ถูกล้อมน้อยที่สุด
มาตรา 1349 วรรคสาม กำหนดให้ที่และวิธีทำทางจำเป็นต้องเลือกให้พอควรแก่ความจำเป็นของผู้มีสิทธิผ่าน โดยคำนึงถึงให้เกิดความเสียหายแก่ที่ดินที่ถูกผ่าน (ที่ดินที่ล้อมอยู่) น้อยที่สุด จะขอเปิดทางกว้างเกินความจำเป็นหรือเลือกแนวที่ทำให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงเดือดร้อนมากที่สุดไม่ได้ โดยทั่วไปจึงมักเลือกแนวที่ระยะทางออกสู่ถนนสั้นที่สุดและกระทบการใช้ที่ดินของผู้อื่นน้อยที่สุด
อาจต้องจ่ายค่าทดแทนให้เจ้าของที่ดินที่ถูกผ่าน
มาตรา 1349 วรรคสี่ กำหนดว่าผู้มีสิทธิผ่านทางจำเป็นต้องใช้ค่าทดแทนให้แก่เจ้าของที่ดินที่ถูกผ่าน เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการมีทางผ่าน ค่าทดแทนนี้อาจตกลงกันเป็นเงินก้อนครั้งเดียวหรือจ่ายเป็นรายปีก็ได้ หากตกลงกันไม่ได้ก็สามารถให้ศาลเป็นผู้กำหนด ส่วนมาตรา 1350 กล่าวถึงกรณีที่ดินตาบอดเกิดจากการแบ่งแยกหรือโอนที่ดินมาจากแปลงเดียวกัน เจ้าของที่ดินแปลงที่ถูกแบ่งนั้นมีสิทธิเรียกร้องเอาทางจำเป็นบนที่ดินแปลงที่ได้แบ่งไป โดยกรณีนี้ไม่ต้องเสียค่าทดแทน
ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อจะขอทางจำเป็น
ในทางปฏิบัติควรเริ่มจากการเจรจากับเจ้าของที่ดินข้างเคียงก่อน หากตกลงกันได้ก็ทำเป็นหนังสือและไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินให้ชัดเจน แต่ถ้าเจรจาไม่สำเร็จ เจ้าของที่ดินตาบอดสามารถยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลกำหนดทางจำเป็น แนวทาง ความกว้าง และค่าทดแทนได้ ทั้งนี้ควรปรึกษาทนายความและตรวจสอบข้อมูลแปลงที่ดินกับ กรมที่ดิน ประกอบ เพื่อเตรียมพยานหลักฐานเรื่องแนวเขตและสภาพทางให้ครบถ้วน
3. ทางจำเป็น vs ภาระจำยอม ต่างกันอย่างไร
หลายคนสับสนระหว่าง “ทางจำเป็น” กับ “ภาระจำยอม” เพราะทั้งคู่เกี่ยวกับการใช้ทางผ่านที่ดินคนอื่น แต่ในทางกฎหมายทั้งสองอย่างมีที่มาและเงื่อนไขต่างกันชัดเจน การเข้าใจความต่างนี้ช่วยให้เลือกวิธีแก้ปัญหาที่ดินตาบอดได้เหมาะสม
- ทางจำเป็น — เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นโดยกฎหมาย (ป.พ.พ. 1349-1350) เฉพาะกรณีที่ดินถูกล้อมจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ เจ้าของที่ดินตาบอดเรียกร้องได้แม้เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่ยินยอม โดยอาจต้องจ่ายค่าทดแทน ทางจำเป็นเป็นสิทธิที่ผูกกับความจำเป็นในการออกสู่ทางสาธารณะ หากภายหลังมีทางออกอื่นแล้ว สิทธินี้ก็อาจหมดไป
- ภาระจำยอม — เป็นสิทธิที่เกิดจากการตกลงกันและจดทะเบียน หรือเกิดจากการใช้ทางต่อเนื่องจนได้สิทธิโดยอายุความ (โดยทั่วไป 10 ปี) ที่ดินที่ต้องรับภาระเรียกว่า “ภารยทรัพย์” ส่วนที่ดินที่ได้ประโยชน์เรียกว่า “สามยทรัพย์” ภาระจำยอมครอบคลุมได้กว้างกว่าเรื่องทาง เช่น ทางเดิน ทางรถ ทางน้ำ แนวสายไฟ และเมื่อจดทะเบียนแล้วจะติดไปกับที่ดินแม้เปลี่ยนเจ้าของ
สรุปง่าย ๆ คือ ทางจำเป็นเป็นสิทธิตามกฎหมายสำหรับที่ดินตาบอดโดยเฉพาะและมักต้องจ่ายค่าทดแทน ส่วนภาระจำยอมเป็นเรื่องของการตกลงหรือใช้จนได้สิทธิ ซึ่งมีความมั่นคงกว่าเมื่อจดทะเบียนไว้ ในทางปฏิบัติ หากเจรจากับเจ้าของข้างเคียงได้ การขอจดทะเบียนภาระจำยอมเป็นทางเดิน/ทางรถให้ชัดเจน มักเป็นทางออกที่ทำให้ที่ดินมีมูลค่าและกู้ง่ายขึ้นกว่าการอาศัยทางจำเป็นเพียงอย่างเดียว ก่อนทำนิติกรรมควรตรวจสอบภาระผูกพันของที่ดินให้ครบ ดูวิธีได้ที่ เช็กที่ดินติดจำนอง/ภาระผูกพัน
4. ที่ดินตาบอดจำนอง/ขายฝากได้ไหม ได้วงเงินแค่ไหน
คำถามยอดฮิตคือ ที่ดินตาบอดจำนองได้ไหม หรือเอาไปขายฝากได้หรือเปล่า คำตอบคือได้ เพราะที่ดินตาบอดยังเป็นที่ดินมีโฉนดที่โอนและจดทะเบียนนิติกรรมได้ตามปกติ แต่จุดที่ต่างจากที่ดินทั่วไปคือ “ราคาประเมิน” และ “วงเงิน” ที่จะได้ มักต่ำกว่าที่ดินที่มีทางเข้าออกสะดวก เพราะสภาพคล่องต่ำและขายต่อยาก ผู้ปล่อยกู้จึงประเมินความเสี่ยงสูงกว่า
ทำไมธนาคารมักไม่รับหรือให้วงเงินน้อย
ธนาคารและสถาบันการเงินส่วนใหญ่มีเกณฑ์พิจารณาหลักประกันค่อนข้างเข้มงวด ที่ดินที่ไม่มีทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะมักถูกจัดเป็นหลักประกันที่มีความเสี่ยงสูง เพราะหากต้องบังคับขายทอดตลาดในอนาคตจะขายได้ยากและได้ราคาต่ำ ธนาคารจึงมักปฏิเสธ หรือถ้ารับก็ให้วงเงินต่ำและกำหนดเงื่อนไขเพิ่ม เช่น ต้องมีเอกสารทางจำเป็นหรือภาระจำยอมที่จดทะเบียนแล้ว
ทำไมนายทุนเอกชนยืดหยุ่นกว่า
ต่างจากธนาคาร นายทุนเอกชนที่รับจำนอง-ขายฝากมักพิจารณาจากศักยภาพจริงของที่ดินเป็นหลัก ทั้งทำเล ราคาตลาดในพื้นที่ โอกาสในการเปิดทางจำเป็นหรือจดภาระจำยอม และแนวโน้มการพัฒนา จึงมีความยืดหยุ่นในการพิจารณามากกว่า แม้ที่ดินตาบอดก็ยังมีโอกาสได้รับวงเงินที่เหมาะสม โดยเฉพาะหากเจ้าของมีแนวทางแก้ปัญหาทางเข้าออกที่ชัดเจน ปัจจัยที่มีผลต่อวงเงินที่จะได้ ได้แก่
- ทำเลและราคาตลาดจริง — ที่ดินตาบอดในทำเลดีย่อมได้วงเงินสูงกว่าที่ห่างไกล
- มีทางจำเป็น/ภาระจำยอมแล้วหรือยัง — ถ้ามีทางเข้าออกที่จดทะเบียนชัดเจน มูลค่าและวงเงินจะเพิ่มขึ้นมาก
- ขนาดและรูปแปลง — แปลงที่นำไปพัฒนาต่อได้ง่ายมีศักยภาพสูงกว่า
- โอกาสในการแก้ปัญหาตาบอด — หากมีความเป็นไปได้ในการเปิดทางหรือรวมแปลง ก็เพิ่มความน่าสนใจ
อยากรู้ว่าที่ดินของคุณจะจำนองหรือขายฝากได้วงเงินประมาณเท่าไหร่ อ่านหลักการประเมินได้ที่ จำนอง/ขายฝากที่ดินได้เงินเท่าไหร่ และทำความเข้าใจภาพรวมของการจำนองก่อนตัดสินใจได้ที่ จำนองที่ดิน คืออะไร
5. แนวทางเพิ่มมูลค่า/แก้ปัญหาที่ดินตาบอด
ข่าวดีคือที่ดินตาบอดไม่ได้ไร้ทางแก้ หากจัดการเรื่องทางเข้าออกให้เรียบร้อย มูลค่าและสภาพคล่องของที่ดินจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งยังทำให้จำนอง ขายฝาก หรือขายที่ดินตาบอดได้ง่ายและราคาดีขึ้น แนวทางที่นิยมทำกันมีดังนี้
- เจรจาขอจดทะเบียนภาระจำยอม — ตกลงกับเจ้าของที่ดินข้างเคียงขอทำทางเดิน/ทางรถ แล้วจดทะเบียนภาระจำยอมที่สำนักงานที่ดิน วิธีนี้ทำให้ที่ดินมีทางเข้าออกที่มั่นคงและติดไปกับที่ดินแม้เปลี่ยนมือ
- ใช้สิทธิขอทางจำเป็นตามกฎหมาย — หากเจรจาไม่ได้ ใช้สิทธิตาม ป.พ.พ. 1349-1350 โดยเลือกแนวที่เสียหายน้อยที่สุดและจ่ายค่าทดแทนตามสมควร หากจำเป็นก็ให้ศาลกำหนด
- ซื้อที่ดินแปลงเล็กทำทาง — เจรจาซื้อที่ดินส่วนที่ติดถนนจากเจ้าของข้างเคียงเป็นแนวทางเข้าออก เปลี่ยนที่ดินตาบอดให้กลายเป็นที่ดินมีทางถาวร
- รวมแปลงกับที่ดินข้างเคียง — หากมีโอกาส การรวมแปลงกับที่ดินที่ติดถนนช่วยเพิ่มมูลค่าและแก้ปัญหาตาบอดได้ในคราวเดียว
- จัดทำเอกสารหลักฐานให้ครบ — เก็บหนังสือข้อตกลง สัญญา และเอกสารจดทะเบียนทางให้ครบ เพื่อใช้ยืนยันสิทธิและเพิ่มความน่าเชื่อถือเมื่อจะกู้หรือขาย
แม้ในระหว่างที่ยังแก้ปัญหาทางเข้าออกไม่เสร็จ เจ้าของที่ดินตาบอดที่ต้องการเงินทุนก็ยังมีทางเลือกในการนำที่ดินไปจำนองหรือขายฝากกับนายทุนเอกชนที่พิจารณาศักยภาพจริงได้ ทั้งนี้ก่อนตัดสินใจ ควรตรวจสอบสถานะและภาระผูกพันของที่ดินให้ชัดเจนเสมอ
สรุป
ที่ดินตาบอดคือที่ดินที่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะเพราะถูกแปลงอื่นล้อมรอบ แต่เจ้าของไม่ได้หมดสิทธิ เพราะกฎหมายให้ขอเปิด “ทางจำเป็น” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349-1350 ได้ โดยเลือกทางที่เสียหายแก่ที่ดินที่ถูกผ่านน้อยที่สุดและอาจต้องจ่ายค่าทดแทน หรือจะเจรจาจดทะเบียนภาระจำยอมกับเพื่อนบ้านก็ได้ ส่วนคำถามที่ว่าที่ดินตาบอดจำนองได้ไหม คำตอบคือได้ แต่วงเงินมักต่ำกว่าที่ดินมีทางเข้าออก ธนาคารมักไม่รับหรือให้น้อย ขณะที่นายทุนเอกชนยืดหยุ่นกว่าและพิจารณาจากศักยภาพจริง หากจัดการเรื่องทางเข้าออกให้เรียบร้อย มูลค่าและโอกาสในการกู้หรือขายก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ข้อควรทราบ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แต่ละกรณีมีข้อเท็จจริงและรายละเอียดต่างกัน ก่อนดำเนินการขอทางจำเป็น จดภาระจำยอม หรือนำที่ดินไปจำนอง/ขายฝาก ควรตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานที่ดินและปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านที่ดินให้รอบคอบก่อนทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ที่ดินตาบอดคืออะไร?
ที่ดินตาบอดคือที่ดินที่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ เพราะถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบไว้ทุกด้าน ทำให้เจ้าของเข้าออกที่ดินของตนไม่ได้โดยตรง ต้องอาศัยทางผ่านที่ดินของผู้อื่น ส่งผลให้ใช้ประโยชน์ได้ยากและขายต่อได้ราคาต่ำกว่าที่ดินที่มีทางเข้าออกปกติ
ที่ดินตาบอดขอทางจำเป็นได้ไหม?
ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349-1350 เจ้าของที่ดินที่ถูกล้อมจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะมีสิทธิผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่ได้ โดยต้องเลือกแนวทางที่ทำให้ที่ดินที่ถูกผ่านเสียหายน้อยที่สุด และอาจต้องจ่ายค่าทดแทนให้เจ้าของที่ดินที่ถูกผ่าน หากตกลงกันไม่ได้ให้ศาลเป็นผู้กำหนด
ทางจำเป็นกับภาระจำยอมต่างกันอย่างไร?
ทางจำเป็นเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะกรณีที่ดินตาบอด เรียกร้องได้แม้เจ้าของข้างเคียงไม่ยินยอมและมักต้องจ่ายค่าทดแทน ส่วนภาระจำยอมเกิดจากการตกลงและจดทะเบียน หรือใช้ทางต่อเนื่องจนได้สิทธิโดยอายุความ ครอบคลุมได้กว้างกว่าและติดไปกับที่ดินแม้เปลี่ยนเจ้าของ
ที่ดินตาบอดจำนองหรือขายฝากได้ไหม?
ได้ เพราะยังเป็นที่ดินมีโฉนดที่จดทะเบียนนิติกรรมได้ แต่ราคาประเมินและวงเงินมักต่ำกว่าที่ดินที่มีทางเข้าออก เพราะสภาพคล่องต่ำและขายต่อยาก ธนาคารมักไม่รับหรือให้วงเงินน้อย ขณะที่นายทุนเอกชนพิจารณาจากศักยภาพจริงของที่ดินและยืดหยุ่นกว่า
ที่ดินตาบอดจะได้วงเงินจำนองแค่ไหน?
ขึ้นอยู่กับทำเล ราคาตลาดจริง ขนาดและรูปแปลง รวมถึงว่ามีทางจำเป็นหรือภาระจำยอมที่จดทะเบียนแล้วหรือยัง โดยทั่วไปจะได้วงเงินต่ำกว่าที่ดินมีทางเข้าออก แต่ถ้าจัดการเรื่องทางเข้าออกให้ชัดเจน มูลค่าและวงเงินที่จะได้ก็จะเพิ่มขึ้น ควรให้ผู้รับจำนองมืออาชีพประเมินเป็นรายแปลง
จะขายที่ดินตาบอดให้ได้ราคาดีต้องทำอย่างไร?
ควรแก้ปัญหาทางเข้าออกก่อน เช่น เจรจาจดทะเบียนภาระจำยอม ใช้สิทธิขอทางจำเป็น ซื้อที่ดินแปลงเล็กทำทาง หรือรวมแปลงกับที่ดินที่ติดถนน เมื่อมีทางเข้าออกที่มั่นคงและมีเอกสารครบ ที่ดินจะมีสภาพคล่องและมูลค่าสูงขึ้น ทำให้ขายได้ง่ายและราคาดีกว่าเดิม
บทความที่เกี่ยวข้อง
- จำนองที่ดิน คืออะไร ดอกเบี้ย-วงเงินกี่ %
- จำนอง/ขายฝากที่ดินได้เงินเท่าไหร่
- เช็กที่ดินติดจำนอง/ภาระผูกพัน ก่อนซื้อ-รับขายฝาก
- หานายทุน รับจำนอง-ขายฝาก
มีที่ดินตาบอดอยากได้เงินทุน หรือกำลังตัดสินใจว่าจะแก้ปัญหาทางเข้าออกอย่างไร Land for Loan (บริษัท แลนด์ ฟอร์ โลน จำกัด) คือนายทุนเอกชนที่จดทะเบียนถูกกฎหมาย รับจำนอง-ขายฝากที่ดินโดยพิจารณาจากศักยภาพจริงของที่ดิน แม้เป็นที่ดินตาบอดก็ยังมีโอกาสได้รับวงเงินที่เหมาะสม พร้อมทีมงานให้คำปรึกษาเรื่องทางจำเป็น ภาระจำยอม และการเพิ่มมูลค่าที่ดิน ประเมินราคาให้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ปรึกษานายทุนถูกกฎหมาย รับจำนอง-ขายฝากที่ดินตาบอด หรือดูรายละเอียดบริการทั้งหมดได้ที่ เว็บไซต์ Land for Loan






